หลงรักบรูไน ฉบับคนไปเที่ยวครั้งแรก

ถ้าจะกล่าวถึงประเทศที่ผมเดินทางไปเที่ยวด้วยตัวคนเดียวแล้ว มีความประทับใจมากประเทศหนึ่ง ผมต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ ประเทศบรูไน เลยครับ ที่นี่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ชายหาดที่สวยงาม อาหารที่อร่อย และมีกิจกรรมดีๆให้ทำมากมาย ผมพยายามไร่เรียงเคียงความประทับใจที่มีอยู่ภายในมาแบ่งปันเล่าสู่ให้คุณนั้นได้รับฟังไปพร้อม ๆ กัน มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง

หลงรักบรูไน

หลงรักบรูไน

ประทับใจตั้งแต่ไปถึงสนามบิน

ตอนแรกเมื่อผมนั้นเดินทางไปถึงสนามบินนานาชาติบรูไน เนื่องจากเป็นการเดินทางไปคนเดียวจึงทำให้ผมนั้นขนของไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางแก้ปัญหาของผมคือ การมองหารถช่วยเข็น แต่เนื่องจากของก็ห่วงกลัวหายขณะที่กำลังงก ๆ เงิ่น ๆ อยู่ที่สนามบินนั้น ก็มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเป็นชาวบรูไน อาสามาช่วยเข็นให้ ผมนี้ยอมรับเลยว่าประทับใจในน้ำใจของคนบรูไนมาก

โรงแรมสะอาดกว่าที่คิดมาก

เรื่องต่อมาที่ผมนั้นประทับใจคือโรงแรมที่ผมเลือกนั้นมีความสะอาดเหมือนที่ได้เดินทางไปพักที่ประเทศญี่ปุ่นเลย ตอนแรกก็ยอมรับนะครับว่าแอบดูถูกเขาไว้เล็ก ๆ ว่า ประเทศที่มีขนาดเล็กแบบนี้การบริการในโรงแรมอาจจะดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ผิดคาดครับ เรียกว่าประทับใจมาก ๆ เลย ดีกว่าโรงแรมสี่ดาวในเมืองไทยหลาย ๆ ที่เสียอีก

มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

ที่ ประเทศบรูไน คุณสามารถมองหาสถานที่เที่ยวที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มัสยิด โอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน ที่มีเรือ Mahligai ลองอยู่กลางน้ำที่มีความสวยงามอลังการ หรือสวนสัตว์ที่จูเรด้งปาร์ค และพระราชวังของสุลต่าน เรียกว่าที่เที่ยวมีมากมายครับ แม้ว่าอาจจะไม่มากมายเหมือนในประเทศไทยก็ตาม แต่ก็มากพอที่คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่น่าตื่นตาตื่นใจที่นี่

ผมชอบสาวบรูไนครับ

อย่าโกรธผมถ้าบทความที่ผมเขียนถึงประเทศบรูไนนั้นจะกล่าวถึงความประทับใจของสาวบรูไนอยู่บ่อยๆ เป็นเรื่องจริงทีเดียวเพราะว่า ผมชอบในเรื่องของอัธยาศัยที่เขานั้นมีต่อคนไทย และรวมถึงรอยยิ้มที่มีม่านของผ้าคลุมศีรษะบนหัวนั้นแกว่งไกวมา ผมว่ามันดูมีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจมากๆ และผมอยากให้คุณได้สัมผัสเช่นเดียวกันกับผม

ดีใจไม่ท้องเสีย

อย่าคิดว่าเมื่อคุณเดินทางไปเที่ยวตามกลุ่มประเทศ AEC แล้วเมื่อคุณเลือกรับประทานอาหาร จะไม่มีผลข้างเคียงอะไรเกิดขึ้นมานะครับ ผมบอกเลยว่ามีผลข้างเคียงเลยล่ะบางคนทานอาหารของประเทศจีนบางอย่างแม้เป็นอาหารพื้นๆก็สามารถท้องเสียได้อย่างง่ายๆ ซึ่งรวมถึงตัวผมด้วย แต่โชคดีมากที่อาการเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นกับผมเลย ผมจึงสามารถรับประทานอาหารเหล่านี้ได้อย่างสบายใจและปลอดภัยมากๆ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ส่งผลให้ผมนั้นหลงรักประเทศบรูไน และหลงรักคนบรูไนอย่างมากครับ ดังนั้นคุณควรหาโอกาสมาที่นี่เพื่อมาหลงรักประเทศที่น่ารักแห่งนี้เหมือนกับผมบ้างนะครับ

Advertisements

บรูไนในความคิดของคนไทยที่คุณนั้นต้องรู้

ผมคิดว่าความคิดที่เกี่ยวข้องไปกับ ประเทศบรูไน อาจดูเป็นอะไรที่ไกลตัวเสียหน่อยสำหรับคนไทย เพราะการเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศนี้ถือว่า เป็นเรื่องที่เราค่อนข้างมีข้อมูลน้อยมาก ด้วยขนาดของประเทศที่ไม่ใหญ่มากนัก ทำให้เราสามารถเที่ยวที่บรูไนได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นก็สามารถเที่ยวได้ทั่วแล้ว ดังนั้นผมจึงอยากใช้บทความนี้สรุปสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความคิดของคนไทยที่เกี่ยวกับที่นี่เสียหน่อย

1. เข้าใจว่าประเทศบรูไนเป็นประเทศเล็ก

เรื่องแรกที่ถือว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือการเชื่อว่า ประเทศบรูไน นั้นเป็นประเทศที่เล็ก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถือว่าประเทศนี้มีขนาดค่อนข้างกว้างใหญ่พอสมควร (ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครเราเสียอีก) ดังนั้นคุณจึงมีจุดสำหรับการท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะที่เมืองหลวงอย่างกรุงบันดาเสรีเบกาวันเป็นต้น

2. สถานที่เที่ยวน่าสนใจมากมายกว่าที่คิด

ด้วยความที่เป็นประเทศเล็ก ๆ ทำให้คุณอาจจินตนาการไปว่าที่นี่ไม่มีอะไรที่น่าเที่ยวเท่าใดนัก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบรูไนมีสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิเช่น ที่กรุงบันดาเสรีเบกาวัน, กัมปงเอเยอร์, มัสยิดโอมาร์ ฮัสซานัล โบลเกียร์, มิวเซียมรอยัล รีกัลเลีย, สวนสนุกจูเรด้งปาร์ก เป็นต้น

3. คิดว่าที่นี่ไม่มีหมู่เกาะให้เที่ยว

ด้วยความที่หลาย ๆ คนคิดว่าความเป็นประเทศเล็กเหมือนดังข้อที่สาม จึงทำให้คิดว่าที่ ประเทศบรูไน อาจไม่มีหมู่เกาะใดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ที่นี่มีเกาะลาบวนซึ่งถือว่าเป็นเกาะที่มีความสวยงาม มีความเป็นธรรมชาติของต้นไม่และป่าไม้นานาพรรณ คุณสามารถมาเดินป่าชมธรรมชาติที่นี่ได้เลย

4. มุมถ่ายภาพมากมายและมีมนเสน่ห์

ผมเขียนบทความเกี่ยวข้องกับ ประเทศบรูไน บ่อยครั้ง และทุกๆครั้งผมจะบอกถึงความสวยงามของประเทศนี้ที่มีมุมถ่ายภาพสวย ๆ เป็นจำนวนมาก และหากคุณมาเยือนที่ประเทศนี้ การพกกล้องถ่ายภาพมาด้วย คือการมาเสพภาพแห่งรางวัลชีวิตที่คุณนั้นจะนำออกไปเผยแพร่ให้คนจำนวนมากได้รู้และได้ทราบกัน

5. เสน่ห์ของแสงตะวัน

ด้วยความที่ประเทศนั้นใกล้กับเส้นศูนย์สูตร จึงส่งผลให้เสน่ห์ของแสงตะวันที่นี่สวยงามมาก แสงที่ทาบทาลงไปบนผิวของอาคารสถานที่ทำให้เรารู้สึกว่าที่นี่ช่างสวยงามและน่าทึ่งมากๆ อย่าลืมเมื่อมาบรูไนต้องไม่พลาดในการถ่ายแสงยามเย็นของที่นี่ไว้ด้วยเสมอๆ

ยังมีเรื่องราวดี ๆ อีกมากมายที่คอยคุณอยู่ที่ ประเทศบรูไน ทุกเรื่องราวจะมอบความประทับใจให้กับคุณอย่างแน่นอน ขอเพียงแค่คุณนั้นลองเข้ามาสัมผัสสักครั้งเท่านั้น ผมรับรองว่าคุณจะต้องชื่นชอบประเทศนี้เหมือนกับผมอย่างแน่นอน ดังนั้นเยือนสักครั้ง หรือหลาย ๆ ครั้งกับประเทศนี้…บรูไน

เทคนิคการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน

ความเป็นอยู่ของวิถีชาว บรูไน ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน ซึ่งบรูไนเป็นประเทศมุสลิม มีการจัดระเบียบสังคมตามข้อบัญญัติของศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด ซึ่งวิถีการการใช้ชีวิตใน ประเทศบรูไน หรือการดำเนินชีวิตของประชากรจึงเป็นไปตามหลักของคำสอนศาสนาอิสลาม ด้านความเป็นอยู่ของการใช้ชีวิตในประเทศบรูไนนั้น ถือว่ามีความสะดวกสบาย เนื่องจากเป็นประเทศที่ร่ำรวย และรัฐบาลมีเงินที่สามารถดูแลประชากรได้อย่างทั่วถึง

1. การดำเนินชีวิตและการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน

บรูไนเป็นประเทศมุสลิม ซึ่งได้มีการจัดระเบียบสังคมตามข้อบัญญัติของศาสนาอย่างเคร่งครัดทำให้ วิถีการการใช้ชีวิตในประเทศบรูไนและการดำเนินชีวิตของประชากรไปตามหลักศาสนา เพราะรัฐสามารถดูแลประชากรในเรื่องปัจจัยพื้นฐานเป็นอย่างดี ทำให้ด้านการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ในประเทศบรูไนนั้นสะดวกสบายทำให้คนบรูไนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีปัญหาทางเศรษฐกิจเท่าใดนัก และประชากรส่วนใหญ่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีเชื้อสายมลายู, เชื้อสายจีนและชนพื้นเมืองอื่นๆ

2.ประชากรและการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน

ประชากรของชาวบรูไนส่วนใหญ่มีเชื้อสายมลายูประกอบด้วยชนเผ่าชาวมลายูบรูไน ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองกลุ่มใหญ่ที่สุด และบางส่วนยังคงตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย ส่วนภาษาพูดมีสำเนียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้ยังมีชาวเกอดายัน ที่อาศัยอยู่ในประเทศบรูไน และรัฐซาบาห์ , รัฐซาราวัก,ประเทศมาเลเซีย  เชื่อกันว่าชนชาวพื้นเมืองนี้คือเชื้อสายของชาวชวาประเทศอินโดนีเซีย  กับชาวมลายูบรูไน จากอดีตที่ชาวชวาเดินทางไปตั้งฐานในบรูไน และได้แต่งงานสืบเชื้อสายกับชาวมลายูบรูไน

3. ความเป็นอยู่ของการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน

เมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าที่สำคัญของประเทศบรูไน ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของบรูไน-มูอารา โดยมีประชากรกว่า 60,000 คน  ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองบรูไน แต่เมื่อบรูไนพ้นจากการคุ้มครองของอังกฤษ จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบันดาร์เสรีเบกาวัน ซึ่งการใช้ชีวิตในประเทศบรูไนจึงไม่ค่อยมีความแตกต่างจากชาวมุสลิมจากที่อื่น ๆ สักเท่าใด เพราะทราบกันดีว่ากฎระเบียบ ของศาสนาอิสลามนั้น ถือได้ว่ามีความเคร่งครัดมาก

4. การใช้ชีวิตในประเทศบรูไนท่ามกลางธุรกิจการค้า

ในปัจจุบันกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวันเป็นศูนย์กลางการเงินธุรกิจการค้า และการอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งยังเป็นสถานที่ผลิตน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติอีกด้วย ทำให้การใช้ชีวิตในประเทศบรูไน มีความเป็นอยู่ที่ดี ส่วนเมืองหลวงคือเมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน และเมืองท่าคือ มูอารา และเซรีอา ซึ่งการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน ซึ่งถือเป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้มาสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่ง

5. หลักการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน

การใช้ชีวิตใน ประเทศบรูไน ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชีย ประเทศบรูไนมีปริมาณการผลิตน้ำมันประมาณ 180,000 บาเรล ต่อวัน ทำให้เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก และมีภูมิภาคที่ประกอบด้วย 2 ส่วน และที่ไม่ติดกันคือด้านตะวันตกและตะวันออก ต่อมารัฐบาลบรูไนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการใช้ชีวิตในประเทศบรูไน เพื่อเป็นการเร่งรัดการพัฒนารูปแบบของการลงทุน

ตามติดการใช้ชีวิตชาวเมืองบรูไน

บรูไน เป็นประเทศมุสลิม ที่มีการจัดระเบียบสังคมตามข้อบัญญัติของศาสนาอย่างเคร่งครัด ชีวิตชาวเมืองบรูไน จึงดำเนินชีวิตเป็นไปตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ส่วนด้านความเป็นอยู่นั้นมีความสะดวกสบาย เพราะบรูไนเป็นประเทศที่ร่ำรวย  ซึ่งรัฐบาลมีเงินดูแลประชากรในเรื่องปัจจัยพื้นฐานได้เป็นอย่างดี  ทำให้ชีวิตชาวเมืองบรูไนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาทางเศรษฐกิจเท่าใดนัก  และส่วนใหญ่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้

ชีวิตชาวเมืองบรูไน

เมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน  Bandar Seri Begawan เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าที่สำคัญของ ประเทศบรูไน และอยู่ในเขตการปกครองของบรูไน-มูอาราโดยมีประชากรกว่า 60,000 คน  ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองบรูไน ภายหลังเมื่อบรูไนพ้นจากการคุ้มครองของอังกฤษ จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบันดาร์เสรีเบกาวัน ซึ่งการใช้ชีวิตชาวเมืองบรูไนก็จะไม่ค่อยมีความแตกต่างจากชาวมุสลิมอื่นๆ สักเท่าไหร่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า กฎระเบียบ ของศาสนาอิสลามนั้นมีความเคร่งครัดมาก ปัจจุบันกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวันเป็นศูนย์กลางการเงินธุรกิจการค้า และการอุตสาหกรรมของประเทศ ทั้งยังเป็นสถานที่ผลิตน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติด้วย ทำให้ชีวิตชาวเมืองบรูไน ของเมืองนี้มีความเป็นอยู่ที่ดี

ชีวิตชาวเมืองบรูไนกับหมู่บ้านกลางน้ำ

เมืองหลวงของบรูไนเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตของชาวเมืองบรูไน ทั้งในเมืองหรือ ใช้ชีวิติอยู่เหนือแม่น้ำ อย่างชาวบ้านที่ หมู่บ้านกัมปงเอเยอร์ หมู่บ้านดั้งเดิมของชาวบรูไนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบรูไน ซึ่งที่นี่ได้แสดงสถาปัตยกรรมการก่อสร้างบ้านในแม่น้ำ บ้านเรือนแต่ละหลังที่สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ เป็นหมู่บ้านในน้ำที่มีทั้งโรงเรียน คลินิก และหลากหลายสถานที่  ซึ่งแต่ละหลังมีความเป็นระเบียบสวยงาม ทำให้เห็นวิถีชีวิตชาวเมืองบรูไนในอีกรูปแบบหนึ่ง

ชีวิตชาวเมืองบรูไนกับสภาพภูมิประเทศ

ชีวิตชาวเมืองบรูไน ที่อยู่ในประเทศ  เนการาบรูไนดารุสซาลาม เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประเทศบรูไนเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก โดยมีปริมาณการผลิตน้ำมันประมาณ 180,000 บาเรล ต่อวัน และมีภูมิภาคที่ประกอบด้วย 2 ส่วน และที่ไม่ติดกันคือด้านตะวันตกและตะวันออก มีภูเขาเป็นจำนวน เมืองหลวงคือเมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน ส่วนเมืองท่าคือ มูอารา และเซรีอา ชีวิตชาวเมืองบรูไนมีภูมิอากาศ เป็นภูมิอากาศเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง และ ฝนตกมาก

บรูไนเป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้มาสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่ง แม้ทั้งสองชนิดนี้จะทำเงินมหาศาลให้กับประเทศ แต่รัฐบาลบรูไนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ที่ยังคงมีมากมาย อย่างแร่ธาตุ ป่าไม้ สัตว์น้ำ และพื้นที่อันอุดมสมบรูณ์เหมาะแก่การเกษตร ที่เป็นอีกหนึ่งชีวิตชาวเมืองบรูไน เพื่อเป็นการเร่งรัดการพัฒนารูปแบบของการลงทุน