ร้านกาแฟพัทยา

ได้ไป พัทยา ทั้งทีนอกจากจะไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงอย่างปราสาทสัจธรรม เขาพระตำหนัก หรือหาดจอมเทียนแล้ว หรือจะใช้ชีวิตกลางคืนสุดเหวี่ยงอย่างถนนคนเดินพัทยาก็ตาม อย่าลืมใช้ชีวิตแบบนักท่องเที่ยวสายชิมอาหารเครื่องดื่ม แล้วแวะ ร้านกาแฟพัทยา ที่มีชื่อเสียงตามพื้นที่ต่างๆ ดูบ้าง ซึ่งร้านเหล่านี้มักเป็นร้านที่มีคุณภาพ มีอาหารเครื่องดื่มหลากหลายตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้หลากหลายแบบ อย่างไรก็ตามนี่คือ 3 อันดับ ร้านกาแฟพัทยา ติดทะเลที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง รวมถึงมีรีวิวให้อ่านตามสื่อออนไลน์ต่างๆ มากมาย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีที่สุดว่าจะไปพัทยาครั้งหน้าแวะ ร้านกาแฟพัทยา ติดทะเลที่ใดจึงจะตรงใจที่สุด

Flow

“โฟลว์” เป็น ร้านกาแฟพัทยา ที่มีที่ตั้งอยู่ในโรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา ร้านกาแฟนี้จึงกล้ารับประกันคุณภาพ และการบริการ คุณจึงอุ่นใจได้ด้วยชื่อเสียงของโรงแรม นอกจากนั้นที่นี่ยังมีเมนูครบครันทั้งเครื่องดื่มกาแฟ ชา เครื่องดื่มผลไม้ รวมถึงเบเกอรี่ที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะใช้บริการของทางโรงแรมหรือไม่ก็ตาม คุณก็มาใช้บริการที่นี่ได้หมด อีกทั้งทำเลของโรงแรมยังอยู่ติดกับชายหาดพัทยาในระยะเดินไม่กี่ก้าวเท่านั้น คุณจึงแวะมาร้านกาแฟนี้ก่อนหรือหลังไปเที่ยวเล่นทะเล นอนอาบแดด หรือจะแวะก่อนเข้านอนก็ทำได้

Any-time Café

ร้านกาแฟพัทยา Any-time นี้มีที่ตั้งติดกับท่าเรือพัทยาใต้ และเป็นทำเลที่มองเห็นหาดพัทยาใต้ไปด้วยเช่นกัน ร้านกาแฟร้านนี้จึงตอบโจทย์คนที่อยากได้ทั้งความรู้สึกแห่งทะเล และ ร้านกาแฟพัทยา ไปพร้อมๆ กัน โดยนอกจากเครื่องดื่มกาแฟแล้วนั้น ยังมีเมนูอาหารคาว อาหารหวาน บิงซู แซนวิช อาหารอิตาเลียน อาหารไทยให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่ามาทานได้หลายครั้งโดยที่เมนูไม่ซ้ำกันเลย นอกจากนั้นแล้วร้านนี้ยังเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึงตี 1 ของวันถัดไป จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั้งสายตื่นเช้า หรือคนที่อยากหาอะไรทานตอนดึกด้วยเช่นกัน

Jasmin’s Café

ร้านกาแฟพัทยา Jasmin’s Café เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยู่ในระยะเดินเพียงไม่กี่ก้าวจากหาดพัทยาใต้ และได้รีวิวเชิงบวกมากมายจากเว็บออนไลน์หลายสื่อ ซึ่งร้านนี้จะโดดเด่นเรื่องอาหารที่มีทั้งไทย และเทศให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีเมนูอาหารเช้าสไตล์อเมริกัน และเครื่องดื่มที่มีแทบทุกชนิด นอกจากนั้นการตกแต่งร้านยังเป็นสไตล์คาเฟ่ที่ดูอบอุ่น มีของประดับ ป้ายประดับมากมาย และมีที่นั่งนอกอาคารให้ได้ดื่มเครื่องดื่มหรือทานอาหาร พร้อมมองผู้คน มองวิวทิวทัศน์ไปด้วยนั่นเอง

การท่องเที่ยวพัทยานอกจากจะเที่ยวทะเล เที่ยวหาด หรือเที่ยวกลางคืนแล้วนั้น ลองแวะชิมอาหารเครื่องดื่มตามร้านเด็ดๆ ดูก็ฟินไม่น้อย อย่างไรก็ตามประสบการณ์ ร้านกาแฟพัทยา ที่น่าประทับใจที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นร้านที่ติดกับหาดทราย หรือไม่ไกลจากทะเลนั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้คุณดึ่มด่ำทั้งอาหารเครื่องดื่ม และบรรยากาศได้อย่างแท้จริง

Advertisements

1 วันเที่ยวชลบุรีผมเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

หากจะกล่าวถึงจังหวัดใดที่น่าเที่ยวแล้ว ผู้เขียนบอกเลยครับว่า จังหวัดชลบุรี คืออีกหนึ่งจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวสำหรับคุณ และเป็นจังหวัดที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการมาเที่ยวสักครั้งหนึ่ง หรือหลาย ๆ ครั้ง เพราะความน่าสนใจด้านธรรมชาติทางทะเลที่หลากหลาย อีกทั้งความเจริญของเมือง ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นเสน่ห์ของชลบุรี ด้วยเหตุนี้ผมจึงวางโปรแกรม 1 วันสำหรับชลบุรีไว้ มาดูกันครับว่าเที่ยวชลบุรีใน 1 วันนั้นสามารถไปไหนได้บ้าง

ผมเริ่มขับรถไปที่ริมสุดของโปรแกรม เที่ยวชลบุรี นั่นคือทีอำเภอสัตหีบ อำเภอนี้มีดีหลายอย่างมากๆ โดยเฉพาะที่ชายหาดครับ เป็นเขตทหารเรือ จึงทำให้ผมพบทหารเรือจำนวนมากที่นี่ ผมเข้าสักการะหลวงปู่อี๋ ก่อนที่จะวิ่งรถย้อนกลับมาเพื่อเข้าไปเที่ยวหาดเตยงามออกไปสูดอากาศเล็กน้อย และขับรถออกมา มาหาที่ทานข้าวเที่ยง

จุดทานข้าวเที่ยวของผมคือ ที่ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา ที่นี่ให้ความรู้สึกของความเป็นตลาดน้ำได้ดี และมีคนมาเที่ยวเยอะมากๆครับ มีอาหารให้เลือกทานมากมาย และราคาไม่แพงด้วย ผมทานจนอิ่มและเดินย่อยอาหารสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินทางต่อไป โดยจุดหมายคือการไปถ่ายภาพพัทยาที่เขาพระตำหนัก ครับ

ทางขึ้นเขาพระตำหนักถือว่าชันมาก ๆ แต่พอขึ้นมาและได้จอดรถเพื่อชมวิวแล้ว ต้องบอกว่าวิวในตอนกลางวันของเขาพระตำหนักทำให้ผมได้เห็นเมืองพัทยาที่สวยงาม น้ำทะเลที่ใสสะอาดจนผมประทับใจมากๆ ผมถ่ายรูปที่นี่ค่อนข้างเยอะ เพราะความสวยงามของวิวนั่นเอง

จบจากเขาพระตำหนักผมมุ่งหน้าต่อมาทันทีที่บางแสนครับ เพราะกะว่าจะมาพักผ่อนที่นี่ยาว ๆ หน่อย ต้องยอมรับว่า ที่หาดบางแสนนั้นทำผมไม่ผิดหวังเลย เพราะความยาวของหาด และที่สำคัญสาว ๆ เยอะมากครับ ผมเช่าเตียงผ้าใบและนอนดื่มน้ำชิว ๆ อยู่ที่ชายหาดอย่างยาวนานก่อนที่จะได้เวลาเย็น

อาหารเย็นของผมผมมาหาทานแถว ๆ ตำบลอ่างศิลา ที่นี่มีรูปปั้นหินสวยๆมากมาย และมีอะไรให้เลือกเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารทะเล ผมก็สุ่มๆเข้าไปเลยครับ ซึ่งก็ถือว่าไม่ผิดหวังกับรสชาติของอาหารที่ได้รับประทาน ทั้งอร่อย และทานได้น้ำได้เนื้อมากๆ แต่ราคาก็ตามคุณภาพเลยครับ (แอบแพงเล็กน้อย)

สุดท้ายมืดสนิทผมจึงแวะมาขับรถชมวิวตลอดเส้นถนนริมชายหาดใน เมืองชลบุรี แวะจอดรับลมเล็กน้อยก่อนที่จะขับรถเดินทางกลับกรุงเทพ ถือว่าได้เที่ยวได้ 1 วันในชลบุรีเลยนะครับ แต่ถ้าถามว่าทั่วไหม ตอบเลยว่าไม่! และถ้าคุณต้องการมา เที่ยวชลบุรี แล้ว ผมว่าอาจต้องใช้เวลากันเป็นสี่ห้าวันทีเดียวจึงจะเที่ยวได้หมดครับ

เที่ยวชมเมืองสุโขทัย – ย้อนอดีตความเป็นมาของเมืองที่เคยเฟื่องฟูมาก่อน

ใครที่ประทับใจกับประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะต้องรักเมืองสุโขทัยแน่ๆ เป็นเมืองที่เคยเฟื่องฟูในอดีตของประเทศไทยและก็มีผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่ครองเมืองนี้ก็คือ พ่อขุนรามคำแห่งมหาราช (1239-1298)

ในช่วงสมัยกรุงสุโขทัย ตัวอักษรภาษาไทยได้ถูกสร้างขึ้นเป็นภาษาประจำชาติและเป็นภาษาทางด้านวัฒนธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และศาสนาพุทธนิกายเถรวาทก็ได้กลายเป็นศาสนาประจำชาติ นี่ถือเป็นยุคเฟื่องฟูเมื่อย้อนอดีตในปี 1292 ที่ได้มีการจารึกเอาไว้ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ตอนนี้ซากปรักหักพังและวัดก็ได้เป็นมรดกโลกที่รับรองโดยยูเนสโก้ แต่ก็ยังมีผู้คนส่วนใหญ่ยังให้ความเคารพสักการะและได้จัดงานเทศกาลลอยกระทง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมืองนี้ยังอยู่ในใจคนไทยเสมอมา แต่นักท่องเที่ยวก็ต้องทำการสำรวจแล้วก็พบว่า ไม่ค่อยน่าดึงดูดอะไรมาก ซึ่งจริงๆแล้วเมืองสุโขทัยในอดีตเป็นเมืองที่วิเศษ และประชาชนอยู่กันอย่างผาสุก

“ก็ไม่เห็นน่าสนใจเลยนี่?” เราอาจจะพูดออกมาแบบนั้น แล้วประสบการณ์จากนักท่องเที่ยวที่ได้รับมันคุ้มค่าแค่ไหนล่ะ? เบื้องต้นประวัติศาสตร์เมืองสุโขทัยเป็นอุทยานที่ที่ดีที่สุดในประเทศไทยในการปั่นจักรยาน มีที่นั่งตามชุมชน ไม่มีภูเขาในอุทยานและทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวได้ง่ายในการชมอนุสรณ์ต่างๆ มีต้นไม้บังแดดและมีที่ร้านขายเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น จึงทำให้เราสามารถเดินชมรอบๆบริเวณนี้ได้

พระพุทธรูปนี้ที่ได้รับความนิยมในวัดมหาธาตุ เพราะเป็นพระพุทธรูปในช่วงยุคเฟื่องฟู

แต่ก่อนที่เราจะขับรถจักรยาน เราจะต้องชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงก่อน (ช่วงเวลา 09.30-16.00) โดยจะต้องเข้าไปประตูกำแพงหัก ที่นี้เราจะพบกับการอธิบายเมืองคร่าวๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สุโขทัยและจะได้เห็นวัตถุโบราณที่ถูกสะสมไว้โดยนักโบราณคดีมาเป็นเวลาหลายปี

เมื่อเราต้องการจักรยาน ก็จะมีร้านให้เช่ารถจักรยานอยู่ใกล้ๆอุทยานตรงทางเข้า จะต้องดูคำเตือนก่อนว่า รถจักรยานส่วนใหญ่สามารถเข้าไปได้วันไหนในการเยี่ยมสถานพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จะต้องเช็คแต่ละวันให้ดีๆ เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมมากเกินไป เพียงแค่ 30-40 ในแต่ละวันจนถึงรอบ 19.00 หากเราพกกล้องถ่ายรูปและกระเป๋ามาด้วย ก็ต้องสอบถามเจ้าของร้านค้าที่คอยดูแลค่าของของเราให้มีความปลอดภัย การที่ขี่ไปตามถนนที่เป็นเส้นทางขนส่งและเส้นทางที่สัญจรไปมานั้น เราอาจจะไม่สวมหมวกกันน็อคก็ได้ แต่เราจะต้องตั้งสวมหมวกกันแดดและแว่นกันแดดเอาไว้อยู่เสมอ

เมื่อเรามีความชำนาญในการขี่จักรยานและเริ่มรู้สึกประหม่าที่ได้เข้ามาในพื้นที่ทางเข้าของอุทยาน เราจะต้องหาตั๋วเข้าชมก่อน แต่โชคไม่ดีเราไม่สามารถใช้ตั๋วใบเดียวในการรับชมอุทยานได้ทั้งบริเวณ (100 บาทสำหรับรถป็อป และ 10 บาท สำหรับรถจักรยาน) จะมีที่จำหน่ายตั๋วทางเข้าให้เรา ดังนั้นเราจะต้องจำไว้เมื่อเรามาถึงแล้ว

หากเราใช้เวลาเยี่ยมชมสั้นๆ หรือเยี่ยมชมสถานศิลปะต่างๆในประเทศไทย (หากมีโอกาส) ก็ต้องไปชมกำแพงเมืองต่างๆ ที่มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือวัดในสมัยกรุงสุโขทัยที่มีชื่อว่า วัดมหาธาตุ ก็มีพระพุทธรูปที่มีชื่อเสี่ยงในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นจำนวนมาก เป็นพระพุทธรูปที่เป็นท่านั่ง

มีสถานที่ต่างๆให้เราได้ถ่ายรูปอีกมาก แต่จำไว้ว่าวัตถุเหล่านี้เป็นที่เคารพสักการะของศาสนาพุทธ ดังนั้นจะต้องเข้าใจและให้ความเคารพต่อพระพุทธรูปที่มีอยู่ทุกๆที่ในวัด สถานที่อื่นๆในวัดมหาธาตุก็คือ เจดีย์ขนาดใหญ่ แต่ยังมีเจดีย์อื่นๆอีกมากกว่า 200 แห่งที่ทำขึ้นอย่างสวยสดงดงามมาก

มีวัดที่ตั้งอยู่บริเวณก็เคียงกัน ซึ่งเป็นวัดขนาดเล็กแต่ก็เป็นวัดที่น่าสนใจก็คือ วัดศรีสวัสดิ์  ซึ่งดูเหมือนเป็นวัดที่คล้ายๆกับที่เคยไปเยี่ยมชมในประเทศอินเดีย สำหรับวัดแห่งนี้จะมีสถูปตั้งอยู่ 3 แห่งตามหลักสถาปัตยกรรมทางศาสนาฮินดู จริงๆแล้วกคิดว่าเป็นแท่นสำหรับศาสนาฮินดูหรือให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมที่ตั้งของพระวิษณุ ซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการสร้างวัดวาอารามที่คล้ายคลึงกัน อย่างเช่นรูปพญานาค

ตอนเหนือของวัดมหาธาตุจะมีอยู่จุดหนึ่งที่เรียกว่า วัดสระศรี ให้เราขี่จักรยานออกจากจุดขาเข้าและก็มุ่งหน้าไปที่สะพาน  แล้วสังเกตดูว่ามันจะมีจุดเด่นก็คือระฆังแบบศรีลังกา ที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของชาวพุทธในประเทศศรีลังกาในเมืองสุโขทัย วัดสระศรีนี้เป็นสถานที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีการจัดเวทีโชว์การแสดงงานแสง สีเสียง (เมืองสุโขทัยปีนี้จะมีการจัดเวทีการแสดงเล็กๆและแสง สี เสียงในช่วงเดือนกุมพาพันธ์กับเดือนพฤศจิกายน) และคุ้มค่าต่อการเดินทางครั้งนี้ เราสามารถดูโชว์การแสดงและดูประวัติความเป็นมาของเมืองนี้ด้วย

วัดสระศรีมีพระพุทธรูปตั้งโชว์เพื่อเผยให้เห็นถึงงานปั้น

สถูปหัวข้าวโพดในวัดศรีสวัสดิ์ที่เชื่อมโยงกับวัดในศาสนาฮินดูสมัยกรุงสุโขทัย

เบื้องหลังของวัดสระศรีนั้นเป็นสถานที่ที่มีรูปปั้นของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นรูปปั้นที่กำลังอบรมและมีหน้าตาลักษณะเดียวกับพระพุทธรูป แม้ว่าจะเหมือนกับรูปปั้นทั่วๆไป แต่ก็เป็นรูปปั้นที่คุ้มค่าต่อการเยี่ยมชม อย่างไรก็ตาม หากปราศจากอิทธิพลของพระมหากษัตริย์องค์นี้ ชื่อของเมืองสุโขทัยก็จะเป็นเมืองที่ถูกลืม เป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์ธรรมดาเท่านั้น

หากเรามีเวลามากพอ เราก็จะพบสิ่งที่น่าสนใจในการรับชมเมืองสุโขทัยอีกมากตามกำแพงเมืองต่างๆ เด็กๆจะต้องหลงรักวัดจำลองที่มีช้างจำนวนมากตั้งโชว์อยู่ที่ประตูตะวันออก แต่ยังมีวัตถุโบราณมากมายที่อยู่ฝั่งตะวันตก ให้เราเดินไปที่ถนนตาก เลี้ยวขาวในเขตโซนตะวันตก และเราก็จะพบกับวัดป่าหลายแห่ง จะเห็นวังและเจดีย์หลายแห่งที่เหมือนกับเมืองใต้น้ำที่ปมคลุมเขียวขจี เราจะต้องซื้อตั๋วเข้าชมต่างหาก แต่ก็เป็นเรื่องคุ้มค่าต่อการเข้าไปเยี่ยมชม
จะต้องไต่ขึ้นไปยังวัดสะพานหินในโซนตะวันตกของอุทยาน

ที่นี้มีสิ่งที่น่าสนใจหลักๆก็คือ วัดสะพานหิน ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงถึง 200 เมตร เราไม่สามารถขับจักรยานขึ้นไปได้เนื่องจากมีหินขุรขระตามทางและจะต้องเดินทางเหนื่อยพอสมควรกว่าจะมาถึงบนยอดนี้ แต่การเข้ามาเยี่ยมชมที่นี้ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่ามาก มีพระพุทธรูปยืนยาวมากถึง 12 เมตร แล้วก็เป็นสถานที่ที่สันนิษฐานเอาไว้ว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ขี่ช้างเผือกเข้ามาในวัดแห่งนี้ตอนพระจันทร์เต็มดวงเพื่อมาเคารพสักการะที่นี้ ผู้เขียนคิดว่าจะต้องเป็นช้างที่มีขาแข็งแกร่งมากๆแน่ๆ การไต่ขึ้นมาจะต้องใช้แรงกายของเรา เตรียมขวดน้ำในยามฉุกเฉิน โชคดีที่ขากลับมีเส้นทางกลับเข้าไปในเมืองได้สะดวก

นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังมีวัดวาอารามต่างๆมากมายและซากปรักหักพังหลายแห่งในประวัติศาสตร์ของอุทยานแห่งนี้ที่เราจะต้องรับชมในแต่ละวัน และจะให้เขียนบทความนี้จริงๆก็ยาวกว่าที่ได้บรรยายเอาไว้ซะอีก แต่เรื่องค่าเช่ารถจักรยานนั้น จะมีป้ายบอกและเราก็เริ่มต้นตรงจุดนี้ ส่วนใหญ่เราก็จะหลงเสน่ห์ไปกับการเที่ยวชมที่นี้ทั้งวันและก็ปั่นจักรยานสำรวจรอบๆแบบสบายๆ และเมื่อเรารู้สึกว่ามันใกล้จะค่ำแล้ว ก็เอาจักรยานไปคืนและก็ออกจากที่นี้

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยตั้งอยู่ประมาณ 439.7 กิโลเมตรจากตอนเหนือของจังหวัดกรุงเทพ ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงสำหรับขับรถยนต์ หรือใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาทีสำหรับนั่งเครื่องบิน

พักผ่อนยาว ๆ ที่ประเทศไทย

เมื่อเราได้พักร้อนใน ประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่เรากังวลก็คือ กังวลในการค้นหาสถานที่ใหม่ๆ ความจริงแม้ว่าใครก็ตามที่อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางประเทศไทยอยู่บ่อย ๆ และในแต่ละปี พวกเขาก็จะรู้ว่าสุดท้ายก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับประสบการณ์ดีๆในครั้งต่อไปในดินแดนแห่งนี้

บางทีพวกเขาก็เข้าใจดีว่าดินแดนแห่งรอยยิ้มนี้ไม่ได้สำรวจทั่วได้ง่ายๆตามสถานที่ต่างๆ จดรายชื่อสถานที่และจากนั้นก็กลับบ้าน เนื่องจากผู้คนเริ่มเข้าถึงประเทศไทยแล้วว่าเหมือนกับบ้านของตัวเอง การเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ สร้างความสัมพันธ์ เรียนรู้ ใช้ชีวิตและก็รักที่จะอยู่ในประเทศนี้ใน เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวน้อยลง และก็เริ่มกลายเป็นผู้อาศัยมากขึ้น

รถตุ๊ก ตุ๊ก ในประเทศไทย

รถตุ๊ก ตุ๊ก ในประเทศไทย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นักท่องเที่ยวเดินทางส่วนใหญ่ตัดสินใจที่จะเยี่ยมชมสถานที่มากขึ้นและก็อยู่ในประเทศนี้นานมากขึ้น ในแต่ละปีจะมีอากาศที่อบอุ่น มีผู้คนที่เป็นมิตร เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก มีสปาและการรักษาแพทย์ระดับโลก อาหารอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และอื่นๆ สิ่งต่างๆที่ได้กล่าวมานี้ บางทีตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องพิจารณาแล้วว่ามีกลุ่มไหนที่ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศไทย

และจะมีใครคนไหนที่เราจะเข้าร่วมบ้างล่ะ? พวกเขาอาจจะเก็บกระเป๋าแพ็คของในช่วงที่ตัวเองเกษียณและเตรียมตัวเดินทางระหว่างนั้น แต่สำคัญที่สุดเลยก็คือ พวกเขาเป็นคนที่มีใจรักประเทศไทย เป็นคนที่รักความอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทยและความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยของหรูหรา และกินอาหารค่ำระดับโลก ที่ทำให้เราหลงเสน่ห์ไปกับเสียง กินและรสชาติของอาหารไทย

พวกเขาจะต้องเป็นคนที่รักประเทศไทยที่มีภูมิประเทศหลากหลายแบบจนยากที่จะเชื่อว่ามหัศจรรย์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเรือที่น่าตื่นเต้นในจังหวัดกรุงเทพ หรือสนุกไปกับการสัมผัสธรรมชาติอย่างมีความสุขกับชายหาดและเกาะที่แสนสวยงามในภาคใต้ หรือเดินขึ้นเขาและลุยป่า และชมแม่น้ำและน้ำตกที่สวยงามในภาคเหนือ

วัดพระสิงห์ ประเทศไทย

วัดพระสิงห์ ประเทศไทย

สำหรับคนที่เกษียณอายุแล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ทำงานมาเป็นระยะเวลานานๆ ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องให้รางวัลตอบแทนตัวเองบ้างแล้ว ให้ความมั่งคง ซื้อความสุขให้กับตัวเองและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เติมเต็มพลังงานให้กับชีวิตด้วยการนอนที่พักโรงแรมสบายๆทั้งหมดในประเทศไทย หรือโดยเฉพาะหากเราเป็นผู้อยู่อาศัยในเมือง มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมิเนียมที่เราสามารถเรียกว่าบ้านของเราก็ได้ มีงบประมาณทั้งในและนอกประเทศ ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศที่อยู่ใกล้เคียงกับประเทศตัวเอง แต่สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่กว้างใหญ่ สนุกกับการใช้ชีวิตอย่างสงบและอยู่ท่ามกลางแวดล้อมธรรมชาติ แต่จะต้องเข้าถึงทุกๆอย่างในแต่ละเมืองเสียก่อน

และสำหรับทุกๆคนที่อยากทำความรู้จักกับ ประเทศไทย ให้มากขึ้น สิ่งที่สำคัญก็คือผู้คนในประเทศไทย ที่เราจะต้องทำความรู้จักโดยเป็นเพื่อนและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน เราก็จะได้รับประสบการณ์ดีๆในการรู้จักเมตตาและดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันในแต่ละวัน และใครที่ใช้ชีวิตในระยะยาวหรืออยู่แบบถาวรจะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะว่าเราจะต้องให้เกียรติ์ผู้คนในประเทศนี้โดยเต็มใจยิ่งกว่าเรื่องอื่นๆ และเราก็ควรที่จะพยายามเรียนรู้การร้องเพลงและพูดภาษาไทยด้วยน้ำเสียงให้มีความไพเราะเพราะพริ้ง ที่เราจะได้พบประสบการณ์ที่แสนอบอุ่น อ่อนโยนและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบ้านของเราเสมอไป

ดังนั้นเมื่อเราได้ประเมินและพบว่าตัวเรารักประเทศไทยจริงๆ เมื่อเราเข้าใจประเทศที่เป็นมิตรที่สุดประเทศหนึ่งของโลกและมีความอ่อนโยนในการเฝ้ารอคอยเรา และทั้งหมดนี้ก็เป็นความสนุกที่เราจะได้พบเห็นและประหลาดใจ เมื่อเราคิดว่าพร้อมที่จะเดินทางแล้ว ก็ต้องถามตัวเองจากทั้งหมดที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้

จะมีที่ไหนบ้างที่ๆเราสามารถสนุกกับชีวิตได้ในแต่ละปีมากกว่าดินแดนแห่งร้อยยิ้มนี้ล่ะ?

สำหรับคนที่รักประเทศไทยจะต้องใช้ชีวิตระยะยาวกับประเทศไทยถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราจะต้องทำให้ได้

2 วัน 1 คืนที่เกาะแสมสาร กับความประทับใจแบบไม่รู้ลืม

ร่างกายต้องการทะเล คำนี้ดูจะดังกึกก้องในหัวของเราอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในคนไทย ที่อาจจะเรียกว่าชีวิตกับสายน้ำนั้นเป็นของคู่กัน ดังนั้นหากร่างกายของคุณกำลังต้องการทะเลแล้ว ลองหาโอกาสแวะเวียนมาเที่ยวที่เกาะแสมสาร เหมือนกับผู้เขียนดูสักครั้ง รับรองว่าจะต้องประทับใจและติดใจอย่างแน่นอนครับ

เกาะแสมสารนั้น ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในประเทศไทย ที่เพิ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปนั้นเข้าไปเที่ยวได้ ในช่วงหลังปี พ.ศ.2557 เป็นต้นมา โดนจุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติของเกาะ และน้ำทะเลที่ใสสะอาด อีกทั้งอยู่ห่างจากฝั่งเพียงแค่ 15 นาทีเดินเรือเท่านั้น เรียกว่าทั้งปลอดภัยและสวยงามครับพอผมได้รับรู้ข้อมูลแล้ว ก็ไม่พลาดที่จะปักหมุดในวันหยุดนี้เพื่อไปเช็คอินกันที่ เกาะแสมสาร กันเลยทีเดียว

เกาะแสมสาร นั้นอยู่ห่างจากชายฝั่ง ตำบลแสมสาร ซึ่งอยู่ในเขต อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งถ้าหากพูดถึงหาดนางรำแล้ว เชื่อว่าหลายคนรู้จักแน่นอน แต่เกาะแสมสารนั้นจะอยู่ถัดมาจากหาดนางรำประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น ผมออกเดินทางจากกรุงเทพขับรถ และมาถึงสัตหีบในเวลาประมาณ 11 โมงเช้า ซึ่งช่วงแรกของวันนี้ผมใช้เวลาอย่างเต็มที่กับหาดนางรำครับ

ตกเย็น ผมขับรถเข้าไปในแถบแสมสาร เพื่อหาที่พัก ซึ่งบอกเลยว่ามีที่พักเยอะมากๆ แถมติดชายทะเลด้วยครับ และถ้าคุณเปิดกระจกขับรถแล้ว รับรองว่ากลิ่นของอาหารทะเลปิ้งย่าง เช่นปลาหมึกหอมๆ หรือแม้แต่กุ้งเผา ต้องลอยมาแตะจมูกอย่างแน่นอน ความหอมของมันช่างยั่วใจจนผมอยากจะจอดรถเสียตรงนั้นเลยครับ

คืนแรกเราเข้าที่พัก และทานอาหารทะเลกันในบริเวณแถบแสมสาร เพื่อรอไปเที่ยวเกาะแสมสารในรุ่งเช้า ด้วยความตื่นเต้น มันช่างเป็นคืนที่ยาวนานมากๆ แต่คุ้มค่าในการรอคอยครับ เราตื่นแต่เช้า ดูแสงตะวันอาบทอแผ่นน้ำให้กลายเป็นสีทองระเรื่อ เสียงกล้องในมือผมเป็นระวิง เราเดินทางมาถึงท่าเรือเพื่อขึ้นไปเกาะในเวลา 09.00น.

เมื่อเรือแล่นถึงเกาะแสมสาร ผมบอกตามตรงว่า นี่คือสิมิลันสองเลยชัดๆ ทั้งบรรยากาศ น้ำทะเลที่ใสมากๆๆๆๆๆ และความสดชื่น ผมไม่อาจหยุดใจไว้ที่ไหนได้อีกแล้ว ถ้าไม่ใช่ที่เกาะแสมสาร บนเกาะมีร้านอาหารของทางทหารเรือให้บริการ มีห้องน้ำ และมีเวลาให้เราได้หลับตาสูดลม และพักผ่อนอย่างยาวนาน ผมจำได้ว่าผมเดินทั่วเกาะแสมสาร และได้ไอเดียจากที่นี่เพื่อมาต่อยอดในการทำงานเยอะมาก

หมดเวลาในยามเย็น ผมเดินทางกลับจากเกาะแสมสารด้วยความสุขใจ และพาลคิดไปว่า หากมีโอกาสอีกครั้งผมจะต้องกลับมาเยือนเกาะสวรรค์ที่หลีกเร้นจากผู้คนแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน แล้วคุณละครับ เคยมาที่เกาะแสมสารแล้วหรือยัง?

1 วันเที่ยวชลบุรีผมเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

หากจะกล่าวถึงจังหวัดใดที่น่าเที่ยวแล้ว บอกเลยครับว่า จังหวัดชลบุรี คืออีกหนึ่งจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวสำหรับคุณ และเป็นจังหวัดที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการมาเที่ยวสักครั้งหนึ่ง หรือหลาย ๆ ครั้ง

เพราะความน่าสนใจด้านธรรมชาติทางทะเลที่หลากหลาย อีกทั้งความเจริญของเมือง ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นเสน่ห์ของชลบุรี ด้วยเหตุนี้ผมจึงวางโปรแกรม 1 วันสำหรับชลบุรีไว้ มาดูกันครับว่าเที่ยวชลบุรีใน 1 วันนั้นสามารถไปไหนได้บ้าง

ผมเริ่มขับรถไปที่ริมสุดของโปรแกรมเที่ยวชลบุรี นั่นคือทีอำเภอสัตหีบ อำเภอนี้มีดีหลายอย่างมากๆ โดยเฉพาะที่ชายหาดครับ เป็นเขตทหารเรือ จึงทำให้ผมพบทหารเรือจำนวนมากที่นี่ ผมเข้าสักการะหลวงปู่อี๋ ก่อนที่จะวิ่งรถย้อนกลับมาเพื่อเข้าไปเที่ยวหาดเตยงามออกไปสูดอากาศเล็กน้อย และขับรถออกมา มาหาที่ทานข้าวเที่ยง

จุดทานข้าวเที่ยวของผมคือ ที่ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา ที่นี่ให้ความรู้สึกของความเป็นตลาดน้ำได้ดี และมีคนมาเที่ยวเยอะมากๆครับ มีอาหารให้เลือกทานมากมาย และราคาไม่แพงด้วย ผมทานจนอิ่มและเดินย่อยอาหารสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินทางต่อไป โดยจุดหมายคือการไปถ่ายภาพพัทยาที่เขาพระตำหนักครับ

ทางขึ้นเขาพระตำหนักถือว่าชันมากๆ แต่พอขึ้นมาและได้จอดรถเพื่อชมวิวแล้ว ต้องบอกว่าวิวในตอนกลางวันของเขาพระตำหนักทำให้ผมได้เห็นเมืองพัทยาที่สวยงาม น้ำทะเลที่ใสสะอาดจนผมประทับใจมากๆ ผมถ่ายรูปที่นี่ค่อนข้างเยอะ เพราะความสวยงามของวิวนั่นเอง

จบจากเขาพระตำหนักผมมุ่งหน้าต่อมาทันทีที่บางแสนครับ เพราะกะว่าจะมาพักผ่อนที่นี่ยาวๆหน่อย ต้องยอมรับว่า ที่หาดบางแสนนั้นทำผมไม่ผิดหวังเลย เพราะความยาวของหาด และที่สำคัญสาวๆเยอะมากครับ ผมเช่าเตียงผ้าใบและนอนดื่มน้ำชิวๆอยู่ที่ชายหาดอย่างยาวนานก่อนที่จะได้เวลาเย็น

อาหารเย็นของผมผมมาหาทานแถวๆ ตำบลอ่างศิลา ที่นี่มีรูปปั้นหินสวยๆมากมาย และมีอะไรให้เลือกเยอะมากๆ โดยเฉพาะร้านอาหารทะเล ผมก็สุ่มๆเข้าไปเลยครับ ซึ่งก็ถือว่าไม่ผิดหวังกับรสชาติของอาหารที่ได้รับประทาน ทั้งอร่อย และทานได้น้ำได้เนื้อมากๆ แต่ราคาก็ตามคุณภาพเลยครับ (แอบแพงเล็กน้อย)

สุดท้ายมืดสนิทผมจึงแวะมาขับรถชมวิวตลอดเส้นถนนริมชายหาดในเมืองชลบุรี แวะจอดรับลมเล็กน้อยก่อนที่จะขับรถเดินทางกลับกรุงเทพ ถือว่าได้เที่ยวได้ 1 วันในชลบุรีเลยนะครับ แต่ถ้าถามว่าทั่วไหม ตอบเลยว่าไม่! และถ้าคุณต้องการมาเที่ยวชลบุรีแล้ว ผมว่าอาจต้องใช้เวลากันเป็นสี่ห้าวันทีเดียวจึงจะเที่ยวได้หมดครับ